0 Comments

รถเกียร์อัตโนมัติ เป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกรุงเทพ เพราะมีความสะดวกสบายสำหรับช่วงเวลาที่รถติด ไม่ต้องคอยเหยียบคลัตช์ รักษาจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ให้ยุ่งยาก ซึ่งเกียร์ออโต้ นั้น มีทั้งระบบส่งกำลังแบบ Torque Converter หรือคลัตซ์ไฟฟ้าแม้แต่แบบ CVT จะมีคุณสมบัติต่างๆ ที่ดีขึ้น แต่ความทนทานสู้ เกียร์ธรรมดาไม่ได้เลย ดังนั้นก่อนที่เกียร์มันจะพัง เราต้องมาดูวิธีการถนอมเกียร์รถออโต้กันเลยดีกว่า  

1. เหยียบเบรกก่อนรถจะเคลื่อนที่หรืเปลี่ยนเกียร์

 การที่เราเริ่มจากตำแหน่งหยุดนิ่งไปสู่ตำแหน่งขับเคลื่อน จะช่วยให้ระบบส่งกำลังไม่เกิดการกระชาก ระบบเกียร์จะทำงานได้อย่างไหลลื่น เป็นการถนอมชุดเฟืองเกียร์ต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวโยงกันโดยตรงต่อการสึกหรอของ ระบบเกียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ระบบเกียร์ ใหม่ๆ อย่าง CVT ซึ่งมีความเปราะบางด้านกลไกมาก และที่สำคัญอย่าเร่งรอบเครื่องยนต์สูง แล้วออกตัวแรง พูดได้เลยว่าทำแบบนี้เกียร์พังแน่นอน

2. ไม่ขับลากเกียร์

ขณะที่ความเร็มรถกำลังเพิ่มขึ้น แต่เลือกใช้เกียร์ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง คือการขับลากเกียร์ จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก ส่งปลต่อชุดเกียร์ที่สึกหรอเร็วขึ้น น้ำมันเกียร์เส่อมสภาพเร็วขึ้น และที่สำคัญทำให้เปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ

3. อย่าคิกคาวน์บ่อย

การคิกดาวน์ (Kickdown) คือ การเหยียบคันเร่งให้ลึกกว่าปกติเพื่อเพิ่มความเร็วอย่างเร่งด่วน มักใช้ในกรณีเร่งแซงหรือหลบหลีกสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย การคิกดาวน์บ่อยๆ จะมีผลทำให้ชุดเกียร์สึกหรอเร็วกว่าปกติ เพราะชุดเกียร์ต้องรับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นกะทันหันอยู่บ่อยครั้ง ทางที่ดีควรคิกดาวน์เมื่อจำเป็นจริงๆเท่านั้น การขับขี่ปกติควรค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นไปจะดีกว่า

4. ใช้เบรกมือเวลาจอดบนทางลาดชัน 

คนส่วนใหญ่มักจะใส่เกียร์ P เวลาจอดรถบนทางลาดชัน เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหล แต่วิธีที่ดีเวลาจอดรถบนทางลาดชันควรใช้เบรกมือควบคู่ด้วย ทั้งนี้ก็เพราะหลีกเลี่ยงไม่ให้สลักเกียร์ต้องรับน้ำหนักรถมากเกินไปนั่นเอง ส่วนวิธีจอดรถบนทางลาดชันที่ถูกต้อง คือ หลังจอดรถเสร็จเรียบร้อย อย่าเพิ่งใส่เกียร์ P ในขณะที่เท้าของคุณยังอยู่ที่แป้นเบรกให้ทำการดึงเบรกมือขึ้นจนสุด จากนั้นจึงค่อยๆ ปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก จนมั่นใจได้ว่ารถจอดหยุดนิ่งไม่ไหลแล้ว จึงทำการผลักตำแหน่งเกียร์ไปยัง P 

5. หมั่นตรวจสภาพน้ำมันเกียร์

น้ำมันเกียร์ ควรเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน หรือ ปีละ 2 ครั้ง หรืออยู่ที่ประมาณ 40,000 – 60,000 กิโลเมตร จะช่วยถนอมชุดเกียร์ไว้ได้ โดยวิธีสังเกตน้ำมันเกียร์ หากเริ่มมีสีน้ำตาลหรือสีดำ นั่นเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์แล้ว ไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกียร์ที่ขุ่นค้างอยู่ในเครื่องยนต์เป็นเวลานานเกินไป จะทำให้ชุดเกียร์สึกหรอได้

Related Posts

เทคโนโลยีแบตเตอรี่ในรถยนต์

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในรถยนต์

บทนำ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ในรถยนต์ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของรถยนต์เท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มในอนาคต 1. วิวัฒนาการของแบตเตอรี่รถยนต์…

รถมือสอง VS รถใหม่

รถมือสอง VS รถใหม่: เลือกแบบไหนให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ?

การตัดสินใจซื้อรถยนต์เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงไลฟ์สไตล์ ความต้องการใช้งาน และเป้าหมายในชีวิตของคุณด้วย คำถามยอดนิยมที่หลายคนมักจะเผชิญคือ "เลือกรถใหม่ดี หรือรถมือสองคุ้มกว่ากัน?" บทความนี้จะช่วยคุณสำรวจข้อดีข้อเสียของรถทั้งสองประเภท เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกยานพาหนะที่ตอบโจทย์ชีวิตของคุณได้อย่างลงตัว…

เบรกมือรถยนต์

ไฟเบรกมือค้างเกิดจากอะไร ใครรู้บ้าง?

“เบรกมือ” ในปัจจุบันกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะ “เบรกมือไฟฟ้า” ในเรื่องของการใช้งานบอกเลยว่าง่ายกว่าแบบเดิมเยอะมาก ๆ สังเกตง่าย ๆ ว่าถ้าเบรกมือทำงานอยู่…